ผลการเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการ (ตามประกาศ กกต. วันที่ 5 กรกฎาคม 2554)

ข้อมูลทั่วไป

ที่มา: ประชาไท
นับคะแนนไปแล้ว
100 %
จำนวนผู้มาใช้สิทธิ
35,203,107 คน
75.03 %
ไม่ประสงค์ลงคะแนน (แบ่งแขต)
1,419,088 บัตร
4.03 %
ไม่ประสงค์ลงคะแนน (บัญชีรายชื่อ)
958,052 บัตร
2.72 %
บัตรเสีย (แบ่งแขต)
2,039,694 บัตร
5.79 %
บัตรเสีย (บัญชีรายชื่อ)
1,726,051 บัตร
4.9  %

คะแนนแบบบัญชีรายชื่อ

ที่มา Bangkok Pundit
พรรค
คะแนน
ร้อยละ
ที่นั่ง
พรรคเพื่อไทย (พท.)
15,743,410
48.0%
61
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
11,433,501
35.1%
44
พรรคภูมิใจไทย (ภท.)
1,281,522
4.03%
5
พรรครักประเทศไทย (ชูวิทย์)
998,527
3.0%
4
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.)
494,894
1.6%
2

พรรคการเมืองที่ได้จำนวนที่นั่งสูงสุด 5 อันดับแรก

ที่มา: มติชน
อันดับ
พรรคการเมือง
จำนวนที่นั่งแบบแบ่งแขต
จำนวนที่นั่งแบบบัญชีรายชื่อ
จำนวนที่นั่งรวม
1
พรรคเพื่อไทย (พท.)
204
61
265
2
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
115
44
159
3
พรรคภูมิใจไทย (ภท.)
29
5
34
4
พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)
15
4
19
5
พรรคหลังชล
6
1
7
5
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.)
5
2
7



ศาลโลก มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ" (International Court of Justice : ICJ) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2489 มีฐานะเป็นองค์กรหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) สำนักงานของศาลโลกตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
หน้าที่หลักของศาลโลกมี 2 ประการ คือ
1. ตัดสินคดีพิพาทระหว่างรัฐบาลของรัฐภาคีที่เป็นสมาชิกของ UN และเป็นประเทศที่ยอมรับอำนาจของศาลโลก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 62 ประเทศ จากสมาชิก UN รวม 188 ประเทศ นอกจากนี้ยังรวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ที่มิได้เป็นสมาชิกของ UN แต่ยอมรับอำนาจของศาลโลก
2. วินิจฉัย ตีความ และให้คำปรึกษา ในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายแก่องค์กรระหว่างประเทศที่ยอมรับอำนาจของศาลโลก
ศาลโลก ประกอบด้วย คณะผู้พิพากษาต่างสัญชาติกันจำนวน 15 คน ที่ได้รับการคัดเลือกจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 9 ปี คณะผู้พิพากษาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของ UN มิได้เป็นตัวแทนของรัฐบาลประเทศที่ตนถือสัญชาติอยู่
การนำคดีความหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ให้ศาลโลกพิจารณา เกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ
1. รัฐคู่ความทำความตกลงกันให้นำกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันขึ้นสู่การพิจารณาตัดสินโดยศาลโลก
2. รัฐภาคีเป็นสมาชิกของสนธิสัญญา อนุสัญญา หรือความตกลงต่าง ๆ ซึ่งมีข้อบัญญัติไว้ว่าหากรัฐภาคีมีข้อสงสัยหรือข้อพิพาทระหว่างกัน ต้องให้ศาลโลกเป็นผู้วินิจฉัย ตีความ หรือตัดสิน
การวินิจฉัย ตีความ และพิจารณาคดีของศาลโลกนั้น ใช้กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ และหลักกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับของชาติที่มีอารยธรรมเป็นหลัก ส่วนระเบียบวิธีพิจารณาคดีของศาลโลกก็คล้ายคลึงกับศาลทั่วไป โดยคู่พิพาทแต่ละฝ่ายต่างมีผู้แทนของรัฐและทนายความ เมื่อศาลโลกตัดสินคดีความใดแล้วต้องถือว่าเป็นอันยุติ ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาแต่อย่างใด และหากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งสามารถร้องเรียนไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้พิจารณาดำเนินการต่อไปได้ บางครั้ง UN อาจเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก UN ทำการคว่ำบาตรประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลก ซึ่งจะได้ผลมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นกับความร่วมมือของประเทศสมาชิกอื่น ๆ ด้วย
จนถึงปัจจุบันศาลโลกทำการตัดสินคดีพิพาทระหว่างรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ มาแล้ว 69 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน ปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดน ปัญหาน่านน้ำ ปัญหาการแทรกแซงกิจการภายในจากประเทศอื่น ปัญหาความสัมพันธ์ทางการทูต เป็นต้น สำหรับประเทศไทยนั้นเคยนำคดีขึ้นสู่ศาลโลก 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2504 คือ คดีเขาพระวิหาร ผลปรากฏว่าไทยแพ้คดีต่อกัมพูชา